ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จะเลือกบริษัทประกันรถยนต์ต้องเช็คเรื่องอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย


แน่นอนผู้ที่มีรถยนต์นั้นจะต้องมีการคิดคำนวณในเรื่องการใช้จ่ายต่างๆ อย่างรอบคอบ ทั้งนี้ก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่นำพาเราไปยังสถานที่ต่างๆ นั่นเองไม่ว่าจะเป็นพาไปทำงานหาเงิน หรือพาไปพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเรื่องหนึ่งที่เราทุกคนจะต้องคิดแน่ๆ เหมือนกันเลยก็คือเลือกของการทำประกันภัยรถยนต์นั่นเอง ซึ่งหลายๆ คนนั้นอาจจะกำลัง ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี และเหมาะสมกับตัวเอง ทั้งนี้การเลือกว่าจะทำประกันแบบใดนั้นก็ต้องคำนึงถึงเรื่องต่างๆ ฉะนั้นในวันนี้เราจึงนำเรื่องที่เราจะต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกะนภัยรถยนต์มาฝากทุกๆ คนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องที่เราได้ยกตัวอย่างให้ดูนั้นก็อาจจะมีเพิ่มเติมเรื่องอื่นๆ เข้าไปด้วยโดยดูจากปัจจัยต่างๆ ของแต่ละคน
1.       สำรวจความเสี่ยงจากการใช้รถของเราเอง ทั้งนี้เรารู้อยู่แล้วว่าการทำประกันภัยนั้นก็คือการโอนความเสี่ยง  โดยการดูว่าตัวเรานั้นมีความเสี่ยงในเรื่องใดบ้างนั่นเอง อย่างเช่น  ถ้าเราเป็นมือใหม่หัดขับนั้นก็อาจจะโน่นนี่ไปหมดก็ควรเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพราะมันจะคุ้มครองความเสียหายทุกประเภท แต่ถ้าหากว่าเป็นคนที่ขับรถยนต์มาประมาณหนึ่งแล้วแบะคิดว่าตัวเองนั้นไม่กลัวที่ตะไปชนเสา เฉี่ยวฟุตบาทไม่ แต่ว่ากลัวขับรถชนรถคันอื่น หรือกลัวรถหาย ไฟไหม้ ก็อาจจะเลือกทำประกันระถยนต์ชั้น 2+ ก็ได้ ทั้งนี้ในการสำรวจนั้นจะช่วยให้เราเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับเรา ส่วนเรื่องของการจะหาว่าควรไป ทำประกันรถยนต์ที่ไหนดี นั้นก็ต้องนำเรื่องอื่นมาพิจารณาประกอบด้วย
2.       อย่าลืมดูเรื่องของความคุ้มครองที่ได้รับ หลายๆ คนอาจจะคิดว่าจะทำประกันภัยเบี้ยแพงๆ ไปทำไม ในเมื่อมันก็คุ้มครองคล้ายๆ กัน ซึ่งเราอยากจะบอกว่า อย่าได้ก็คิดเช่นนั้นเด็ดขาด เพราะการ ทำประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี นั้นจะต้องดูเรื่องของความคุ้มครองเป็นหลักด้วย อย่างเช่น บางบริษัทเบี้ยประกันภัยอาจจะราคาถูกกว่าแต่ให้ความคุ้มครองเพียงแค่ 80% ของราคารถยนต์ ในขณะที่บางบริษัทเบี้ยประกันภัยอาจจะแพงกว่าเล็กน้อย แต่ให้ความคุ้มครองถึง 90% ของราคารถยนต์นั้นเราเองก็คงจะตัดสินใจเลือกไม่ได้ เพราะมันต้องนำเรื่องความคุ้มครองอื่นๆ มาเป็นตัวพิจารณาร่วมด้วย เช่นถ้ายางรถยนต์เสียหายจะเปลี่ยนยางเส้นใหม่ให้ หรือบริษัทตีมูลค่ายางให้ไม่เต็มจำนวน เพราะถือว่าท่านได้ใช้ยางจนสึกหรอไปบ้างแล้ว เป็นต้น
3.       ดูเรื่องของอู่ซ่อม แม้ว่าจริงๆ  เราจะสามารถเอารถยนต์ที่ประกันเข้าซ่อมอู่ไหนก็ได้ แต่ถ้าหากเป็นอู่ในเครือของบริษัทประกันนั้นเราเอารถไปซ่อมได้เลยโดยไม่ต้องสำรองจ่าย แต่ถ้าเป็นอู่ที่อยู่นอกเครือข่ายของบริษัทประกันที่ทำ เราก็อาจจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วไปเบิกคืนภายหลัง ซึ่งอาจจะยุ่งยากในการเจรจาเรื่องมูลค่าความเสียหายที่บริษัทจะชดใช้ให้ด้วย ฉะนั้นถ้าใครมีอู่ที่ใช้บริการกันเป็นประจำ หรือเห็นอู่ใกล้บ้านก็อาจจะถามดูก่อนได้ว่ารับประกันของบริษัทไหนบ้าง ซึ่ง ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี ของแต่ละคนนั้นอาจจะขึ้นอยู่กับเรื่องนี้เป็นหลักด้วย
4.       ดูเรื่องของคุณภาพการให้บริการ และบริการเสริมที่ได้ แน่นอนว่าการหา บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุด นั้นไม่ใช่ว่าเราอยากที่จะให้เกิดอุบัติเหตุกันซะที่ไหน แต่ทั้งนี้การหาบริษัทที่ดีที่สุดไว้นั้นก็เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการเดินทางของเรา และถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงๆ สิ่งแรกที่เราอยากได้คือเรื่องของการให้บริการ คือ มาถึงจุดเกิดเหตุให้เร็ว และพนักงานช่วยให้คำแนะนำที่ดีแค่นั้นเอง เพราะเรื่องของความคุ้มครองต่างๆ นั้นมันย่อมเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่เราเลือกทำตั้งแต่แรกอยู่อยู่แล้ว
5.       ต้องดูเรื่องของชื่อเสียงบริษัทประกันด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่าชื่อเสียงของบริษัทที่ดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราหากเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ แล้ว รถยนต์ของเราจะได้รับการซ่อมหรือได้เงินชดเชยตามที่ทำประกันไว้นั่นเเอง นอกจากนี้บริษัทที่มีชื่อเสียงโดยส่วนใหญ่แล้วก็เพราะสามารถจ่ายเงินชดเชยได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจาก บริษัทประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด เหล่านี้ต้องการรักษาคุณภาพและชื่อเสียงของบริษัทเอาไว้นั่นเอง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สบู่วิเศษ เนรมิตผิวขาว

แดดเมืองไทยช่างร้อนระอุ ทำผิวสวยเสียหมด ดำหมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื่น จะออกบ้าน ออกเดตทั้งที ก็เสียความมั่นใจ ต้องปกปิด จะอวดผิวสวยให้หนุ่มที่ไหนก็ดูจะเป็นเรื่องยาก เกิดเป็นสาวเป็นนางช่างลำบากเสียจริง แต่อย่าเพิ่งท้อค่ะ เพราะ วันนี้เรามีตัวช่วยแสนดี มาฝากสาวๆกันรู้หรือไม่ถ้าต้องการจะสร้างความแข็งแรงใต้ชั้นผิว ควรเริ่มตั้งแต่ ขั้นตอนแรกในการดูแลผิว นั้นคืด การทำความสะอาด ร่างกาย แต่เราจะเลือกใช้สบู่แบบไหนละที่เหมาะกับสภาพผิวของสาวๆก่อนอื่นเรามาดูคุณสมับติของสบู่แต่ละชนิดกันก่อน เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับผิว ซึ่งแบ่งประเภทสบู่ ออกเป็น 4 ประเภทคือ 1.สบู่กลีเซอรีน เป็นสบู่ที่แยกตัวมาจากขั้นตอนการทำสบู่เย็น มีลักษณะเหนียว ใส และหวาน มีค่า pH อยู่ที่ประมาณ 7 ให้ความชุ่มชื่นสูง และมีความเป็นด่างน้อย 2.สบู่เหลว คือสบู่ที่ทำมาจากสบู่กลีเซอรีนแต่ผสมน้ำให้มีความเหนียวมากขึ้น 3.เจลอาบน้ำ สามารถกำหนดค่าความเป็นกรดและด่างได้ และสามารถเพิ่มความแข็งแรงในชั้นผิวและเก็บความชุ่มชื่นได้ดีว่าประเภทอื่น 4.สบู่ไขมัน ทำมาจากไขมันผสมกับด่าง มีความเป็นด่างสูง ทำให้ผิวรู้สึกฝืดตึง มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดผิวสูงอีกทั้ง…