ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อยากประสบความสำเร็จในด้านการลงทุนนั้นต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งต่างๆ เหล่านี้


แน่นอนว่าใครๆ นั้นก็ต้องการประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆ อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นมันเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จหรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องของ การลงทุน นั้นใครๆ ต่างก็ต้องการให้ตัวเองนั้นได้กำไรจากการลงทุนอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าบางคนที่เพิ่งริเริ่มที่จะลงทุนนั้นอาจจะยังคลำหาทางไม่เจอว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไรดีให้มันมีข่องทางไปสู่ความสำเร็จอย่างที่ตัวเองตั้งความหวังไว้ เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าการลงทุนนั้นมันก็มีเรื่องของเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
อีกทั้งในทุกๆ การลงทุน นั้นก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวอยู่แล้วด้วยอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าเปอร์เซ็นต์ในความเสี่ยงนั้นจะมากน้อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเราปิดช่องโหว่หรือมีการวางแผนการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ  ไว้อย่างไรด้วย และในวันนี้ใครนั้นที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนและอยากที่จะได้คำแนะนำว่าควรจะเริ่มที่สิ่งใดเพื่อให้การลงทุนที่เราได้ทำไปนั้นเกิดประสบความเร็จอย่างที่เราตั้งความหวังไว้นั้นเราก็มีวิธีการเริ่มต้นมาฝากทุกๆ คนกัน
1.      หากเป็นมือใหม่ในการลงทุนนั้นก็อาจจะเลือกลงทุนในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือมีความสนใจก่อน เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับมือใหม่ในด้านการลงทุนโดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นจะลงทุนในด้านใด โดยเริ่มสำรวจตัวเองก่อนเลยว่าชอบลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด ทั้งนี้ก็เพราะว่าการลงทุนนั้นมีหลายด้านๆ อย่างเช่น การลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างหุ้น พันธบัตรหรือ ตั๋วแลกเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ที่ดิน หรืออพาร์ทเม้นท์ การลงทุนในสินทรัพย์ เช่น ทองคำ เพชร พระเครื่อง หรือแม้แต่การลงทุนในธุรกิจส่วนตัวก็ได้ ซึ่งการเลือกการลงทุนในสิ่งที่เราชอบนั้นจะทไให้เรมีความสนใจในการหาข้อมูลและติดตามข่าวสารต่างๆ นั่นเอง
2.      ต้องมีการหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งนี้ก็เพราะว่าการลงทุนนั้นต้องอาศัยความรู้ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะสิ่งที่เราเลือกจะลงทุน อย่างเช่น ใครที่เลือกจะลงทุนใน ตั๋วแลกเงิน นั้นก็จะต้องศึกษาว่ามันเป็นอย่างไร มีระบบการคิดดอกเบี้ยอย่างไร รวมถึงกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองนั้นให้ความคุ้มครองในเรื่องใดบ้าง ทั้งนี้ก็ต้องรู้จักที่จะติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งในทุกวันนี้นั้นช่องทางในการหาความรู้ในการลงทุนมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าอบรม การอ่านหนังสือ หรือการหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตออนไลน์ เป็นต้น
3.      ลงมือทำ เมื่อเรารู้แล้วว่าเราจะลงทุนอะไร รวมถึงได้มีการศึกษาหาข้อมูลในสิ่งนั้นไว้แล้วก็ควรที่จะเริ่มลงมือทำด้วย เพราะถ้าเอาแต่คิดแต่ไม่ลงมือทำนั้นมันจะสำเร็จได้อย่างไร อย่างเช่น ใครก็ตามที่คิดจะทำธุรกิจส่วนตัวในสิ่งที่ตัวเองถนัดแล้วรู้ว่ายังขาดเรื่องของเงินลงทุนนั้นก็อาจจะไปติดต่อขอสินเชื่อเพื่อ กู้เงิน ลงทุน กับธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องศึกษามาด้วยว่าควรจะกู้เงินอย่างไรให้เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุดหรือควรจะทำอย่างไรให้การกู้เงินนั้นเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดโดยที่ตัวเรานั้นไม่เดือดร้อน
4.      รู้จักใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือเข้ามาช่วยทุ่นแรงในเรื่องต่างๆ เราต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้น ฉะนั้นกาารู้จักใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล เข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูล  หรือเข้ามาช่วยในด้านการส่งข้อมูลข่าวสารนั้นก็จะทำใหเกษรลงทุนของเรานั้นเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและใกล้คำว่าประสบความสำเร็จมากขึ้น หรือได้เปรียบคนอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งมากขึ้นนั่นเอง
5.      การจะเริ่มต้นลงทุนนั้นต้องมีวินัยอย่างสูง โดยเฉพาะผู้ที่ กู้เงิน ลงทุน ในธุรกิจของตัวเองนั้น เพราะการกู้เงินมานั้นย่อมจะต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคาร และถ้าเราชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนดเวลานั้นเราก็อาจจะเสียเครดิตทางการเงินไปเลยก็ได้ หรือถ้าหากใครที่เป็นนักลงทุนในหุ้นสายซิ่งนั้นก็ต้องมีวินัยในการ cut loss เมื่อหุ้นที่เราถือครอบครองนั้นมีการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่เป็นไปตามที่เราได้คาดการณ์ และถ้าหากเราสังเกตนั้นก็จะรู้ว่าความมีวินัยในทุกๆ เรื่องนั้นจะนำพามาซึ่งความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สบู่วิเศษ เนรมิตผิวขาว

แดดเมืองไทยช่างร้อนระอุ ทำผิวสวยเสียหมด ดำหมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื่น จะออกบ้าน ออกเดตทั้งที ก็เสียความมั่นใจ ต้องปกปิด จะอวดผิวสวยให้หนุ่มที่ไหนก็ดูจะเป็นเรื่องยาก เกิดเป็นสาวเป็นนางช่างลำบากเสียจริง แต่อย่าเพิ่งท้อค่ะ เพราะ วันนี้เรามีตัวช่วยแสนดี มาฝากสาวๆกันรู้หรือไม่ถ้าต้องการจะสร้างความแข็งแรงใต้ชั้นผิว ควรเริ่มตั้งแต่ ขั้นตอนแรกในการดูแลผิว นั้นคืด การทำความสะอาด ร่างกาย แต่เราจะเลือกใช้สบู่แบบไหนละที่เหมาะกับสภาพผิวของสาวๆก่อนอื่นเรามาดูคุณสมับติของสบู่แต่ละชนิดกันก่อน เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับผิว ซึ่งแบ่งประเภทสบู่ ออกเป็น 4 ประเภทคือ 1.สบู่กลีเซอรีน เป็นสบู่ที่แยกตัวมาจากขั้นตอนการทำสบู่เย็น มีลักษณะเหนียว ใส และหวาน มีค่า pH อยู่ที่ประมาณ 7 ให้ความชุ่มชื่นสูง และมีความเป็นด่างน้อย 2.สบู่เหลว คือสบู่ที่ทำมาจากสบู่กลีเซอรีนแต่ผสมน้ำให้มีความเหนียวมากขึ้น 3.เจลอาบน้ำ สามารถกำหนดค่าความเป็นกรดและด่างได้ และสามารถเพิ่มความแข็งแรงในชั้นผิวและเก็บความชุ่มชื่นได้ดีว่าประเภทอื่น 4.สบู่ไขมัน ทำมาจากไขมันผสมกับด่าง มีความเป็นด่างสูง ทำให้ผิวรู้สึกฝืดตึง มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดผิวสูงอีกทั้ง…