ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หากยังลังเลที่จะทำประกันภัยไว้ก็ลองดูประโยชน์ของการทำประกันภัยกันก่อน



สำหรับใครก็ตามที่ทำงานมีรายได้เป็นหลักแหล่งแน่นอนรวมถึงถ้าหากใครก็ตามที่เปรียบเสมือนเป็นเวาหลักของครอบครัวนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วเราจะเห็นได้แทบทุกคนที่ได้ทำประกันภัย แบะถ้าหากพูดถึงประกันภัยนั้นหลายคนก็คงอยากจะต่อต้านเพราะไม่เห็นถึงความสำคัญของมัน โดยอาจจะมองว่าเสียเงินเป็นเบี้ยประกันไปทำไมปีละหลายบาท ซึ่งถ้าหากจะคิดอย่างนั้นก็คงจะไม่ว่ากัน แต่ทว่าเมื่อใดก็ตามที่ชีวิตเกิดพลิกผันขึ้นมาด้วยอุบัติเหตุหรือความเจ็บป่วยด้วยต่างๆ นั้นอาจจะเห็นถึงความจำเป็นของมันก็ได้ อย่างเช่น ใครก็ตามที่เดินทางไปต่างประเทศแล้วเคยเจ็บป่วยฉุกเฉินระหว่างอยู่ที่โน่น หากไม่ทำ ประกันการเดินทาง ไว้อาจจะรู้ซึ้งถึงคำว่ารู้อย่างงี้ทำประกันไว้ก็ดีแต่ถ้าหากได้ทำไว้นั้นก็คงจะหายห่วงในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างแน่นอน และในวันนี้เราจะมาบอกถึงประโยชน์ต่างๆ ของการทำประกันภัยไว้ให้ทุกได้ทราบกัน เผื่อว่าใครยังลังเลที่จะทำหรือไม่ทำ
1.      เป็นการให้หลักประกันต่อบุคคลและครอบครัวของผู้เอาประกันภัยเมื่อมีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตไป อย่างเช่น กรณีการประกันชีวิตนั้นเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ทายาทหรือผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับเงินประกันภัยนั้นไป ซึ่งเงินนี้อาจจะนำไปเป็นค่าจัดการศพก็ได้
2.      หากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็จะได้รับเงินชดใช้ค่าเสียหายจากบริษัทำประกันภัยหรือที่เราเรียกกันในสัญญากรมธรรม์ ประกันภัย ว่า ผู้รับประกันภัย
3.      แน่นอนว่าการทำประกันภัยนั้นยังช่วยปลูกฝังให้เกิดนิสัยการประหยัดและการออมทรัพย์ อย่างเช่น ในกรณีทำประกันชีวิต ถ้าหากกรมธรรม์หมดอายุสัญญาลงแล้ว โดยปกติถ้าผู้เอาประกันภัยยังมีชีวิตอยู่ บริษัทประกันภัยนั้นก็จะคืนเงินตามจำนวนที่ได้เราตกลงกันไว้ในสัญญาแก่ผู้เอาประกันภัย ฉะนั้นเราก็จะมีเงินก้อนเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินหรือยามชรานั่นเอง
4.      การทำประกันภัยบางประเภทนั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดาได้อีกด้วย
5.      ช่วยให้เกิดความมั่นคงในการประกอบธุรกิจ ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นมา
6.      ช่วยในการขยายเครดิตให้เราและช่วยลดความเสี่ยงของผู้ให้กู้จากหนี้สูญ อย่างเช่น ในกรณีของนักธุรกิจที่จะกู้เงินจากธนาคารนั้นจะต้องทำประกันชีวิตเท่ากับจำนวนเงินที่ต้องการกู้ เพราะถ้าหากผู้กู้เกิดเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตขึ้นมา ธนาคารก็จะสามารถเรียกเงินกู้คืนได้ เพราะมีหลักประกันว่าจะได้รับชดใช้คืนนั่นเอง
7.      ในกรณีที่หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นมานั้น หากใครทำ ประกันภัย รถยนต์ไว้นั้นก็จะไม่ต้องกลัวว่าตัวเองนั้นต้องควักเงินออกมาจ่ายค่าเสียหาย (ในกรณีที่ลักษณะของความเสียหายนั้นอยู่ในขอบเขตตามสัญญาของกรมธรรม์) ฉะนั้นมันก็จะช่วยสร้างความมั่นคงในสังคม ทำให้สังคมมีหลักประกันความปลอดภัย ถ้าหากทุกคนทำประกันกันไว้ ก็จะเกิดความมั่นใจว่าเมื่อมีความเสียหายขึ้นแล้วตนก็จะได้รับการชดใช้
8.      การทำประกันภัยนั้นส่วนหนึ่งจะช่วยให้มีการระดมทุนเพื่อพัฒนาประเทศ เพราะบริษัทประกันภัยนั้นเป็นสถาบันหนึ่งในหลายสถาบันการเงิน อย่างเช่น ธนาคารพาณิชย์ ฉะนั้นการประกันภัยจึงช่วยให้มีการระดมทุนเกิดขึ้น
และที่เราได้กล่าวไปนั้นก็เป็นประโยชน์หรือข้อดีเพียงส่วนหนึ่งของการทำประกันภัย ซึ่งแน่นอนว่าโดยหลักๆ แล้วการทำประกันภัยไว้นั้นก็เพื่อประโยชน์กับตัวเองและครอบครัวเรานั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นการทำประกันภัยในรูปแบบใดก็ตาม อย่างเช่น ในกรณีที่เราเดินทางไปต่างประเทศนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการให้ทำ ประกันการเดินทาง ไว้ด้วย ซึ่งประกันการเดินทางนี้ก็ไม่ได้คุ้มครองเฉพาะแค่เวลาที่เราอยู่บนเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระหว่างการใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศด้วย แต่ทว่าเราจะได้รับความคุ้มครองอยู่ในระดับใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะตกลงทำประกันภัยในความคุ้มครองแบบใดด้วย และแน่นอนว่ายิ่งสัญญาประกันภัยนั้นคุ้มครองเรามากก็อาจจะนำมาซึ่งการเสียเบี้ยประกันที่มากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราก็ควรเลือกให้ครอบคลุมกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราด้วย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จะเลือกบริษัทประกันรถยนต์ต้องเช็คเรื่องอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย

แน่นอนผู้ที่มีรถยนต์นั้นจะต้องมีการคิดคำนวณในเรื่องการใช้จ่ายต่างๆ อย่างรอบคอบ ทั้งนี้ก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่นำพาเราไปยังสถานที่ต่างๆ นั่นเองไม่ว่าจะเป็นพาไปทำงานหาเงิน หรือพาไปพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเรื่องหนึ่งที่เราทุกคนจะต้องคิดแน่ๆ เหมือนกันเลยก็คือเลือกของการทำประกันภัยรถยนต์นั่นเอง ซึ่งหลายๆ คนนั้นอาจจะกำลัง ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี และเหมาะสมกับตัวเอง ทั้งนี้การเลือกว่าจะทำประกันแบบใดนั้นก็ต้องคำนึงถึงเรื่องต่างๆ ฉะนั้นในวันนี้เราจึงนำเรื่องที่เราจะต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกะนภัยรถยนต์มาฝากทุกๆ คนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องที่เราได้ยกตัวอย่างให้ดูนั้นก็อาจจะมีเพิ่มเติมเรื่องอื่นๆ เข้าไปด้วยโดยดูจากปัจจัยต่างๆ ของแต่ละคน 1.สำรวจความเสี่ยงจากการใช้รถของเราเอง ทั้งนี้เรารู้อยู่แล้วว่าการทำประกันภัยนั้นก็คือการโอนความเสี่ยง โดยการดูว่าตัวเรานั้นมีความเสี่ยงในเรื่องใดบ้างนั่นเอง อย่างเช่นถ้าเราเป็นมือใหม่หัดขับนั้นก็อาจจะโน่นนี่ไปหมดก็ควรเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพราะมันจะคุ้มครองความเสียหายทุกประเภท แต่ถ้าหากว่าเป็นคนที่ขับรถยนต์มาประมาณหนึ่งแล้วแบะคิดว่าตัวเองนั้นไม่กลัวที่ตะไ…