ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รักษาสิวด้วยวิธีการแบบธรรมชาติ



                สิว สิ่งที่เป็นตุ่มน้อยๆ เจ้าปัญหาที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าของเรานะครับ มีสาเหตุมาจากการที่เราเกิดความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ทั้งในเรื่องของฮอร์โมน เรื่องของการปรับสมดุลต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงการเปิดจากมลภาวะสภาพแวดล้อมต่างๆ ด้วย ซึ่งเหตุเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเป็นสิวทั้งสิ้นนะครับ โดยในทางการแพทย์แต่ละแขนงก็ได้มีการศึกษาหาวิธีการที่จะใช้รักษาหรือใช้บรรเทาสิวที่เกิดขึ้นมานะครับ โดยมีทั้งในเรื่องของการปรับสมดุลในร่างกาย การใช้สมุนไพรในบ้าน ในครัวเรือนต่างๆ เพื่อนำสรรพคุณเหล่านั้นมาเป็นประโยชน์ในการช่วยลดสิวให้น้อยลงไป
                การรักษาสิว ด้วยวิธีการต่างๆ มีการถูกคิดค้นและลองผิดลองถูกมาเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้วิธีการธรรมชาติแบบบ้านๆ มารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งอาจจะไม่ได้ผลกับทุกคนทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้บรรเทาปริมาณสิวที่อยู่บนผิวหน้า ซึ่งมีสูตรคร่าวๆ ในการใช้ไปรักษาสิว ดังนี้
                1. ไข่ขาวพอกหน้าช่วยลดสิว ใช้วิธีการง่ายโดยใช้ไข่สดแยกเอาเฉพาะไข่ขาวจากนั้นก็เอามาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แล้วล้างออก หรือ อาจใช้สำลีสะอาดแผ่นบางๆ ชุบไข่ขาวแล้วมาวางไว้ที่บริเวณหน้า พอกทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาทีเช่นเดียวกัน แล้วลอกออกไปล้างหน้า วิธีสามารถทำได้บ่อยโดยในช่วงแรกอาจทำแทบทุกวันสัก 1 สัปดาห์ จากนั้น จึงค่อยๆ เว้นระยะห่างไปได้
                2. สูตรการใช้กรดจากผักหรือผลไม้พอกหน้า เช่น มะนาว หรือมะเขือเทศ โดยนำน้ำมะนาวหรือน้ำมะเขือเทศสดมาพอกทิ้งหน้าไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แล้วทำการล้างออก สำหรับใครที่มีลักษณะผิวแพ้ง่าย อาจไม่ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำมะเขือเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ใช้วิธีการผสมเพียงเล็กน้อย เพื่อให้สามารถช่วยลดอาการระคายเคืองได้ โดยพอกหน้าไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แล้ล้างออกเช่นเดียวกัน ซึ่งกรดที่ได้จากน้ำมะนาวหรือมะเขือเทศนั้น จะมีส่วนช่วยห้สิวอุดตันอ่อนตัวลงและสามารถหลุดออกมาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่ง คือ วิตามินซี จะช่วยลดรอยคล้ำดำ ช่วยให้รอยเจือจางแบบเดียวกับที่ใช้ครีมลดรอยสิวเลยนะครับ
                3. มะขามเปียกและนมสด ความเป็นกรดของน้ำมะขามเปียกสามารถนำมารวมเข้ากับความละมุนของนมได้ โดยนำเนื้อมะขามเปียกผสมกับนมสด คนให้เข้ากันเป็นเนื้อข้น จากนั้นพอกบนใบหน้าใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที กรดที่อยู่ในตัวมะขามเปียก จะช่วยทำให้รูขุมขนอ่อนตัว เมื่อเราล้างหน้าจะช่วยทำให้สิวอุดตัน หลุดออกมาได้ง่าย ส่วนคุณสมบัติของนมสดนั้น จะช่วยให้ลดการระคายเคืองของผิวได้ดี ช่วยให้ผิวไม่แห้ง
                4. ข้าวโอ๊ตและโยเกิร์ต ข้าวโอ๊ตอาจเป็นธัญพืชที่ค่อนข้างหายากตามบ้านเรือนนะครับ แต่สูตรนี้เป็นสูตรพอกหน้าโดยใช้ข้าวโอ๊ตบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ จากนั้นก็เหมือนเดิมครับ นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ข้าวโอ๊ตจะมีคุณสมบัติทำให้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นบนใบหน้า ส่วนโยเกิร์ตที่มีความเป็นกรดเล็กน้อย จะทำให้สิวอุดตัน สิวเสี้ยนต่างๆ สามารถบีบออกมาหรือหลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย ทำให้ร่องสิวอุดตันที่ลึก ค่อยๆ ตื้นขึ้นมาอย่างอ่อนโยน ไม่มีการระคายเคือง
การรักษาสิวด้วยวิธีการธรรมชาติ ถ้าเป็นผู้ที่ลักษณะผิวแพ้ง่าย อาจจะเกิดการระคายเคืองได้ ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้เป็นวิธีหลักนะครับ แต่ควรทำควบคู่กับการใช้ครีมทาหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย หรือครีมสำหรับผิวแพ้ง่าย เพื่อช่วยบำรุงฟื้นฟู สภาพผิวให้กับมาสวยงาม ดังเดิม นอกจากนี้ ถ้าหากเกิดรอยสิว ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ภายหลังจากที่สิวหาย วิธีแก้หรือทำให้ดูดีขึ้นมาก็คือการเลือกใช้ครีมลดรอยสิว หรือครีมรักษารอยสิวนะครับ เมื่อนำมาทาภายหลังจากที่สิวยุบทั้งหมดแล้ว ก็จะช่วยทำให้รอยสิวเหล่านั้น ดูเจือจางลง ทำให้ผิวหน้ากลับมาสวยงามดังเดิม ไม่มีตตำหนิ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์เหล่านี้ที่จะนำมาใช้นะครับ จะต้องเลือกจาผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยในการใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมานั่นเอง




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จะเลือกบริษัทประกันรถยนต์ต้องเช็คเรื่องอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย

แน่นอนผู้ที่มีรถยนต์นั้นจะต้องมีการคิดคำนวณในเรื่องการใช้จ่ายต่างๆ อย่างรอบคอบ ทั้งนี้ก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่นำพาเราไปยังสถานที่ต่างๆ นั่นเองไม่ว่าจะเป็นพาไปทำงานหาเงิน หรือพาไปพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเรื่องหนึ่งที่เราทุกคนจะต้องคิดแน่ๆ เหมือนกันเลยก็คือเลือกของการทำประกันภัยรถยนต์นั่นเอง ซึ่งหลายๆ คนนั้นอาจจะกำลัง ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี และเหมาะสมกับตัวเอง ทั้งนี้การเลือกว่าจะทำประกันแบบใดนั้นก็ต้องคำนึงถึงเรื่องต่างๆ ฉะนั้นในวันนี้เราจึงนำเรื่องที่เราจะต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกะนภัยรถยนต์มาฝากทุกๆ คนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องที่เราได้ยกตัวอย่างให้ดูนั้นก็อาจจะมีเพิ่มเติมเรื่องอื่นๆ เข้าไปด้วยโดยดูจากปัจจัยต่างๆ ของแต่ละคน 1.สำรวจความเสี่ยงจากการใช้รถของเราเอง ทั้งนี้เรารู้อยู่แล้วว่าการทำประกันภัยนั้นก็คือการโอนความเสี่ยง โดยการดูว่าตัวเรานั้นมีความเสี่ยงในเรื่องใดบ้างนั่นเอง อย่างเช่นถ้าเราเป็นมือใหม่หัดขับนั้นก็อาจจะโน่นนี่ไปหมดก็ควรเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพราะมันจะคุ้มครองความเสียหายทุกประเภท แต่ถ้าหากว่าเป็นคนที่ขับรถยนต์มาประมาณหนึ่งแล้วแบะคิดว่าตัวเองนั้นไม่กลัวที่ตะไ…