ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โคลีน ช่วยพัฒนาสมอง ของเจ้าตัวเล็ก


โคลีน  เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำหน้าที่ในการช่วยสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ทั้งหมด  นอกจากนี้มันยังจะทำหน้าที่ในการกระตุ้นการผลิต  acetylcholine  ซึ่งเป็นสื่อประสาทที่มีความสำคัญกับระบบของหน่วยความจำ  อารมณ์  การควบคุมกล้ามเนื้อ  และช่วยให้การทำงานของสมองรวมไปถึงระบบประสาทอื่นๆทำงานสัมพันธ์กัน  อีกทั้งมันยังช่วยให้กระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกายเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ช่วยเผาผลาญไขมัน
โคลีน เป็นสารอาหารที่มักจะอยู่รวมกันในกลุ่มของวิตามินบีคอมเพล็กซ์  ดังนั้นเมื่อมีการพูดถึง  วิตามินบี6  และบี 12 จึงมักจะต้องพ่วงโคลีนไปด้วยอยู่เสมอ โดยทั่วไปแล้วร่างกายของมนุษย์จะสามารถผลิตโคลีนได้แต่ปริมาณที่ผลิตได้จะไม่เพียงพอกับปริมาณโคลีนที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับโคลีนจากสารอาหารอื่นๆอีกด้วย
ในเด็กทารกก็เช่นกัน  ในช่วงแรกของชีวิตพัฒนาการของร่างกายจะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดก็ต่อเมื่อสมองของเด็กทารกได้รับการพัฒนาที่สมบูรณ์  และ  โคลีน  ก็มีส่วนช่วยสำคัญในการพัฒนาระบบประสาทและเซลล์สมอง  โคลีนค่อนข้างสำคัญในเรื่องของการสังเคราะห์ฟอสฟาติดิลโคลีน( phosphatidylcholine )และ สฟิงโกไมอีลีน( sphingomyelin)ซึ่งเป็นกลุ่มฟอสโฟไลปิดที่สำคัญและจำเป็นมากสำหรับการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์  ดังนั้นเด็กทารกจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับ  โคลีน  ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ทั้งหมด  นอกจากนี้  โคลีน  ยังไปทำหน้าที่กระตุ้นการผลิต acetylcholine ที่จะทำหน้าที่เป็นสื่อประสาทสำคัญในการสร้างหน่วยความจำ  ควบคุมอารมณ์  ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ  ระบบประสาท และสมอง ดังนั้นมันจึงมีผลโดยตรงกับพัฒนาการทางสมองความฉลาดและความจำของเด็กทารก ถ้าเราสามารถให้  โคลีน  เด็กในสัดส่วนที่พอเหมาะกับความต้องการ  เซลล์สมองก็จะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องท้ายที่สุดเด็กก็จะมีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมและกลายเป็นเด็กที่มีความฉลาดเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
โดยทั่วไปแล้วเราจะพบคนอื่นที่ปะปนอยู่ในอาหารในรูปแบบของฟอสฟาติดิลโคลีน  สฟิงโกไมอีลีน ซึ่งละลายในไขมัน และยังมีฟอสโฟโคลีนที่ละลายในน้ำ  และ  กลีเซอรอลฟอสโฟโคลีน รวมถึงโคลีนที่อยู่ในรูปอิสระ เมื่อสารประกอบโคลีนเหล่านี้ถูกดูดซึมเข้าไปในตับอ่อน  มันจะทำหน้าที่ในการปลดปล่อยโคลีนอิสระออกมาครึ่งหนึ่ง ฟอสโฟโคลีนและกลีเซอรอลฟอสโฟโคลีนจะถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็กเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบการไหลเวียนของสารอาหารในร่างกายและท้ายที่สุดมันจะถูกเก็บรวบรวมเอาไว้ที่ตับ นอกจากนี้ โคลีน ที่หลงเหลือซึ่งจะเป็นโคลีนที่ละลายในไขมันจะถูกดูดซึมเข้าไปในระบบของน้ำเหลืองและจะกระจายไปในเนื้อเยื่อและอวัยวะอื่นๆ  จะเห็นได้ว่าในระบบของร่างกายจะมีการสร้างโคลีนและถูกนำไปใช้ทั่วร่างกายหลังจากนั้นมันก็จะย้อนเข้าสู่กระบวนการของการผลิตใหม่อีกครั้งซ้ำไปซ้ำมาอย่างต่อเนื่องดังนั้นแม้ว่าเราจะอดอาหารเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ก็ไม่ได้ทำให้ โคลีน หมดไปจากร่างกายเพราะร่างกายสามารถที่จะไฮโดรไลซิสกลุ่มของฟอสโฟไลปิดให้กลายมาเป็นคนเลวเพื่อรักษาระดับความเข้มของโคลีนในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติต่อไป เพื่อให้ร่างกายสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นั่นเอง
จากการวิจัยพบว่าเด็กทารกแรกเกิดจนถึง 6 เดือนต้องการคลอรีนในสัดส่วน 125 มิลลิกรัมต่อวันและจะค่อยๆเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น สำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับ โคลีน จากภายนอกถึงวันละ 550 mg นั่นเป็นเพราะโคลีนส่วนหนึ่งจะต้องถูกแบ่งให้กับทารกที่อยู่ในครรภ์ฉะนั้นการรับประทานโคลีนที่ถูกสัดส่วนกับสิ่งที่ร่างกายต้องการจะช่วยให้ได้ประโยชน์ทั้งในร่างกายของแม่และพัฒนาการของเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์  นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นมผงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และนมผงสำหรับเลี้ยงดูเด็กทารกจึงจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มสารอาหารในกลุ่มโคลีนให้เพียงพอกับความต้องการของแต่ละช่วงวัย
แต่ในกรณีของเด็กทารกแนะนำให้ใช้วิธีของการเพิ่มปริมาณ โคลีน โดยผ่าน การดูดซึมของแม่แทนการให้โคลีนกับเด็กทารกโดยตรง  เนื่องจากในช่วงวัยนี้ เด็กกินนมแม่ เป็นหลัก  ดังนั้นแม่จะต้องทำหน้าที่ในการรับประทานอาหารหรือดื่มนมที่มีโคลีนเป็นองค์ประกอบเพิ่มมากขึ้น  เพื่อให้โคลีนส่วนหนึ่งถูกส่งผ่านไปยังน้ำนมและเข้าสู่ร่างกายของทารก เมื่อ เด็กกินนมแม่ เข้าไป ก็จะได้รับปริมาณโคลีนที่ปนมาในน้ำนมแม่ด้วย  ซึ่งคนเหล่านี้จะถูกนำไปใช้งานในการกระตุ้นการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์  และยังเข้าไปมีส่วนช่วยในการพัฒนาเซลล์สมอง ทำให้เด็กฉลาดขึ้นและมีความจำดีขึ้นนอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายของเด็กมีพัฒนาการที่สมบูรณ์แข็งแรงอีกด้วย
ข้อจำกัดของ โคลีน ที่อยู่ในน้ำนมแม่สำหรับ เด็กกินนมแม่ โดยตรงจะไม่สามารถคำนวณปริมาณของโคลีนที่ถูกต้องได้ดังนั้นจึงมีคำแนะนำให้พ่อแม่เพิ่มสัดส่วนของสารอาหารประเภทโคลีนโดยการให้เด็กรับประทานอาหารเสริมเมื่อระบบการย่อยอาหารของทารกทำงานได้ดีขึ้น  ประเภทที่มีโคลีนเป็นองค์ประกอบจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าปริมาณโคลีนที่เข้าสู่ร่างกายเด็กทารกจะมีสัดส่วนที่พอเหมาะพอดีกับความต้องการของทารกอย่างแท้จริง
โดยทั่วไปแล้วอาหารเสริมในกลุ่ม Vitamin B Complex ซึ่งส่วนใหญ่จะพูดถึง  วิตามินบี 6  และบี 12 เป็นสำคัญเพราะวิตามิน 2 ตัวนี้จะทำหน้าที่ร่วมกับโคลีนในการช่วยบำรุงเซลล์ประสาทและเซลล์สมองให้มันมีประสิทธิภาพในการทำงานที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน  
                และมีคำแนะนำสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์และสตรีในระยะให้นมบุตรที่จะต้องรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ โคลีน เพิ่มเติมเข้าไปด้วยเพื่อที่จะมี โคลีน มากเกินพอสำหรับส่งต่อให้กับทารก โดยเฉพาะเด็กที่กินนมแม่เป็นหลักการได้รับ วิตามินบี 6  และ โคลีน ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางร่างกายและสมองที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จะเลือกบริษัทประกันรถยนต์ต้องเช็คเรื่องอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย

แน่นอนผู้ที่มีรถยนต์นั้นจะต้องมีการคิดคำนวณในเรื่องการใช้จ่ายต่างๆ อย่างรอบคอบ ทั้งนี้ก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่นำพาเราไปยังสถานที่ต่างๆ นั่นเองไม่ว่าจะเป็นพาไปทำงานหาเงิน หรือพาไปพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเรื่องหนึ่งที่เราทุกคนจะต้องคิดแน่ๆ เหมือนกันเลยก็คือเลือกของการทำประกันภัยรถยนต์นั่นเอง ซึ่งหลายๆ คนนั้นอาจจะกำลัง ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี และเหมาะสมกับตัวเอง ทั้งนี้การเลือกว่าจะทำประกันแบบใดนั้นก็ต้องคำนึงถึงเรื่องต่างๆ ฉะนั้นในวันนี้เราจึงนำเรื่องที่เราจะต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกะนภัยรถยนต์มาฝากทุกๆ คนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องที่เราได้ยกตัวอย่างให้ดูนั้นก็อาจจะมีเพิ่มเติมเรื่องอื่นๆ เข้าไปด้วยโดยดูจากปัจจัยต่างๆ ของแต่ละคน 1.สำรวจความเสี่ยงจากการใช้รถของเราเอง ทั้งนี้เรารู้อยู่แล้วว่าการทำประกันภัยนั้นก็คือการโอนความเสี่ยง โดยการดูว่าตัวเรานั้นมีความเสี่ยงในเรื่องใดบ้างนั่นเอง อย่างเช่นถ้าเราเป็นมือใหม่หัดขับนั้นก็อาจจะโน่นนี่ไปหมดก็ควรเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพราะมันจะคุ้มครองความเสียหายทุกประเภท แต่ถ้าหากว่าเป็นคนที่ขับรถยนต์มาประมาณหนึ่งแล้วแบะคิดว่าตัวเองนั้นไม่กลัวที่ตะไ…