ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความสัมพันธ์ของวิตามินบี 6 และวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่


                วิตามินบี 6  เป็นเป็นประเภทหนึ่งของ วิตามิน B ซึ่งอยู่ในกลุ่มของวิตามินที่ละลายในน้ำ ซึ่งเราสามารถพบได้ในอาหารทั่วไป  วิตามินที่ละลายในน้ำจะมีจุดด้อยอยู่ตรงที่มันจะไม่ถูกเก็บเอาไว้ในร่างกายและมันสามารถที่จะถูกขับออกอย่างง่ายดายผ่านระบบขับถ่ายตามกระบวนการของร่างกายมนุษย์  ดังนั้น วิตามินบี6 รวมถึงวิตามินอื่นๆที่ละลายในน้ำจำเป็นที่จะต้องรับประทานเพิ่มเติมเข้าไปพร้อมกับอาหารและโดยทั่วไปแล้วกลุ่มของวิตามินที่ละลายในน้ำจำเป็นที่จะต้องได้รับมากกว่าวิตามินที่ละลายในไขมัน  ซึ่งทั้งหมดนี้คือความจำเป็นที่เราทุกคนจะต้องได้รับวิตามิน B6 จากภายนอกรวมไปถึงเด็กทารก
                วิตามินบี 6  จะมีหน้าที่สำคัญในการเปลี่ยนอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตให้เป็นพลังงาน ซึ่งพลังงานที่เกิดขึ้นจะอยู่ในรูปแบบของกลูโคสเพราะฉะนั้นมันจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า  นอกจากนี้มันยังไปกระตุ้นให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันและโปรตีนได้ดียิ่งขึ้น  สารอาหารในกลุ่มของวิตามินบีแทบทุกชนิดจะมีความสำคัญในการสร้างผิวหนัง  ผม  ดวงตา  ตับ  และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของระบบประสาทและสมอง
                วิตามินบี 6  หรืออีกชื่อหนึ่งที่เป็นทางการเราจะเรียกชื่อเต็มของวิตามินชนิดนี้ว่าไพริดอกซีน (pyridoxine) มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ร่างกายผลิตสารเคมีฮอร์โมนได้หลายชนิดซึ่งจะทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลล์ประสาทหนึ่งซึ่งเราจะเรียกกิจกรรมเหล่านี้ว่าการสร้างสื่อประสาทนั่นเอง  ดังนั้น  วิตามินบี 6  จึงมีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาสมองและยังช่วยทำให้สมองทำงานกับส่วนอื่นๆอย่างสัมพันธ์กัน  นอกจากนี้มันยังช่วยสร้างฮอร์โมนที่มีผลต่ออารมณ์ ที่ใช้ชื่อว่าเซโรโทนิน และนอร์อิพิเนฟริน ที่จะทำหน้าที่ในการควบคุมการนอนหลับและการตื่น (เมลาโทนิน )
                โดยปกติแล้ว  เด็กกินนมแม่  จะได้รับปริมาณของ  วิตามินบี 6  ที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย  แต่ทั้งนี้ในช่วงระหว่างของการให้นมบุตรคนเป็นแม่จะต้องพิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้ลูกได้รับปริมาณของวิตามินบี 6 ที่มีสัดส่วนเพียงพอกับความต้องการของเด็กทารก  อาหารที่สตรีในระยะให้นมบุตรควรจะรับประทานได้แก่กลุ่มของสัตว์ปีก  ปลา  ไข่  ซีเรียล  และผักบางชนิด ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งวิตามินที่ดี และยังมีสารอาหารอื่นๆเป็นองค์ประกอบอย่างครบถ้วน
                โดยทั่วไปแล้วมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาหารแม่และเด็กได้แนะนำให้ผู้หญิงทุกคนควรที่จะได้รับวิตามิน b6 วันละ 1.3 mg   และอาจจะเพิ่มขึ้นตามความจำเป็นได้สูงถึง 1.9 mg   นอกจากนี้ในระยะการตั้งครรภ์แนะนำให้คนท้องรับประทาน  วิตามินบี 6  วันละ 2 mg   แต่ในช่วงระยะเวลาของการให้นมบุตรผู้หญิงควรจะได้รับวิตามินบี 6 ที่มีสัดส่วนสูงถึง 10 mg ต่อวันแต่ไม่แนะนำให้รับประทานมากกว่านี้ เพราะวิตามินบี 6 ที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย เพราะอาจจะส่งผลให้  วิตามินบี 6  บางส่วนที่ไม่ได้ถูกดูดซึมเข้าสู่ระบบของการผลิตน้ำนมสำหรับเด็กทารก  หลงเหลือตกค้างอยู่ในร่างกาย ซึ่งร่างกายจะต้องทำหน้าที่ในการขับวิตามินเหล่านี้ออกในภายหลัง
                นอกจากนี้วิตามิน บี6 ยังไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะสำหรับ  เด็กกินนมแม่  เท่านั้นแต่สำหรับตัวแม่เองก็ยังได้รับประโยชน์ในแง่ของการที่วิตามิน บี6 จะไปช่วยลดภาวะความเครียดและอาการซึมเศร้าหลังคลอด  อีกทั้งยังมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการกิน  วิตามินบี 6   ซึ่งจะส่งผลให้น้ำนมแห้งและหมดลงอย่างรวดเร็ว  ด้วยความเชื่อที่ว่าปริมาณของวิตามิน b6 ที่สูงเกินไปจะไปทำหน้าที่ในการลดระดับโปรแลคตินซึ่งเกิดขึ้นในกระบวนการของการผลิตน้ำนมสำหรับให้เด็กทารกดื่มกิน แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่มีผลยืนยันทางการแพทย์ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
                ปกติแล้วแม่ที่อยู่ในระยะให้นมบุตรมักจะต้อง ได้รับ  วิตามินบี 6   จากอาหารอื่นๆ ที่แม่รับประทานเข้าไป และอาจจะต้องมีการรับประทานอาหารเสริมที่มีกลุ่มของวิตามินบีรวมเข้าไป
                เมื่อเราเอ่ยถึงวิตามินB6 และกลุ่ม Vitamin B Complex ทั้งหลายคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงสารประกอบคลอรีนซึ่งทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินB 6 และวิตามิน B12 เพื่อสร้างเซลล์ประสาทและกระตุ้นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาทให้ทำงานประสานและสัมพันธ์กัน ดังนั้นในสูตรของนมผงสำหรับเด็กทารกสำหรับสตรีระยะให้นมบุตรและสำหรับหญิงมีครรภ์มักจะอุดมไปด้วยส่วนผสมของวิตามินB 6 และโคลีนร่วมด้วยเสมอ  เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในช่วงเวลานั้นๆ 
การเตรียมความพร้อมที่ดีให้กับร่างกายของแม่ถือว่าเป็นการสร้างพื้นฐานความสำเร็จให้กับลูกได้อย่างน่าอัศจรรย์ดังนั้นเด็กกินนมแม่จึงมีโอกาสที่จะได้รับวิตามินB6 และโคลีนซึ่งผ่านการดูดซึมและการย่อยของร่างกายแม่มาแล้วทำให้เด็กๆสามารถที่จะรับเอาสารอาหารเหล่านี้เข้าไปในร่างกายและก่อให้เกิดการดูดซึมได้อย่างรวดเร็วทันที

ความคิดเห็น